:::

แผนสุขภาพจิตโดยคลินิกออง : บาดแผลเรื้อรังของประเทศพม่าฉบับย่อ

ผู้เขียน: อองมิน 

อองมิน (Aung Min)เกิดที่เมืองย่างกุ้งในปี ค.ศ.1964 และในช่วงไม่กี่ปีมานี้อองมินยังได้รับความสนใจจากวงการศิลปะย่างกุ้งเป็นอย่างมาก หลังอองมินจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแพทย์ย่างกุ้งที่หนึ่ง (University of Medicine 1 Yangon)ในปี ค.ศ.1990  จากนั้นได้ไปรับหน้าที่เป็นแพทย์ที่สามเหลี่ยมทองคำบริเวณแม่น้ำอิรวดี ต่อมาอองมินจึงย้ายกลับมาทำงานที่ย่างกุ้งจนถึงปีค.ศ. 2018 และในปี ค.ศ.1999 คุณอองมินได้ตีพิมพ์นิยายเรื่องแรกชื่อ “คืนสยอง” (Dreadful Night)ต่อมาในปีค.ศ. 2004 ได้ทำการตีพิมพ์เรื่อง  “ข้าแบกภารกิจมายังเมืองนี้” (I Came to this Small Town with a Duty)และในปีค.ศ. 2010 ได้ตีพิมพ์เรื่อง  “ศิลปะร่วมสมัยพม่า: ตอนที่ 1” (Myanmar Contemporary Art part 1) ในปีค.ศ. 2007 สถาบันศิลปะการแสดงกรุงปราก สาขาโทรศัพท์และภาพยนตร์ (FAMU)มีการจัดเวิร์คช็อปขึ้นที่กรุงย่างกุ้ง คุณอองมินมีโอกาสได้เข้าร่วมเวิร์คช็อปจึงมีโอกาสได้สัมผัสบทภาพยนตร์และงานเขียนบท ต่อมาในปีค.ศ. 2010 ผลงานสารคดีเรื่องแรกของคุณอองมินคือเรื่อง “คลินิกของผม” (The Clinic)โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของแพทย์ในพื้นที่ชานเมืองของกรุงย่างกุ้ง ได้เสร็จสิ้นและทำการเผยแพร่ออกสู่สาธารณชน ในปีค.ศ. 2012 คุณอองมินได้เริ่มเขียนบทละคร หลังพินิจพิจารณาดีแล้วจึงกลายเป็นผลงานเรื่อง “พระ” (The Monk)ที่ถูกเผยแพร่ในปีค.ศ. 2014  คุณอองมินและคุณซันซันโอ (San San Oo)จิตแพทย์ที่เป็นทั้งภรรยาและเพื่อนร่วมงานได้ร่วมกันจัดตั้งแผนสุขภาพจิตคลินิกออง (Aung Mental Health Initiative,Aung MHI)ขึ้น 

แผนสุขภาพจิตคลินิกออง 

เดิมทีแผนสุขภาพจิตนี้เป็นเพียงคลินิกออง (Aung Clinic)ตั้งอยู่ในกรุงย่างกุ้ง เปิดให้บริการรักษาผู้ป่วยจิตเวชโดยเฉพาะ นอกจากกิจกรรมเชิญสมาชิกรับประทานอาหารร่วมกันในทุกสัปดาห์แล้ว ตั้งแต่ปีค.ศ. 2019 เป็นต้นมาได้จัดงานนิทรรศการศิลปะเพื่อการเยียวยาในหัวข้อ “ไม่มีบาดแผล ก็ไม่มีศิลปะ” ( No Trauma No Art)ขึ้นทุกปี 


แผนสุขภาพจิตโดยคลินิกออง : บาดแผลเรื้อรังของประเทศพม่าฉบับย่อ 

คลินิกอองและปัญหาสุขภาพทั่วไปในพื้นที่ 

ในปีค.ศ. 2000 คลินิกอองก่อตั้งขึ้นในเขตดากองเหนือ ชานเมืองของกรุงย่างกุ้ง ขณะนั้นรัฐบาลพม่าได้กำหนดให้เขตดากองเหนือเป็นพื้นที่ข้าราชการทหาร ซึ่งข้าราชการทหารได้บุกรุกพื้นที่เพื่อการเกษตรและสร้างสิ่งก่อสร้างลงบนพื้นที่จนทำให้เกิดน้ำท่วม ถนนมืดเปลี่ยวไร้แสงสว่าง และก่อให้เกิดเหตุอาชกรรมรุนแรงขึ้นในพื้นที่ ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบส่วนมากเป็นแรงงานและผู้ยากไร ประชาชนมีปัญหาด้านสุขภาพเป็นเรื่องปรกติสืบเนื่องมาจากความยากจน และยังมีคนจำนวนมากเป็นโรคทางจิตเวชหรือติดยาเสพติด ในปีนั้นสามารถกล่าวได้ว่าเป็นยุคมืดมนอนธการที่สุดในประวัติศาสตร์พม่า 

ปีค.ศ. 2023; การรักษาด้วยการวาดภาพหมู่ที่บ้านพักใจ แผนสุขภาพจิตคลินิกออง สมาชิก: นายแพทย์อองมิน เอลิซ่า บาบูดวง โซวินลวิน แอรอน เนียวมินวิน นีนีมาร์ เยียนลินเพียวและเมียวทัวออง

ปีค.ศ. 2023; การรักษาด้วยการวาดภาพหมู่ที่บ้านพักใจ แผนสุขภาพจิตคลินิกออง สมาชิก: นายแพทย์อองมิน เอลิซ่า บาบูดวง โซวินลวิน แอรอน เนียวมินวิน นีนีมาร์ เยียนลินเพียวและเมียวทัวออง

วิธีรักษาแบบการแพทย์ทางเลือกและวิธีการรักษาด้วยความเข้าใจและยอมรับที่คลินิกอองพัฒนาขึ้น 

ผู้ก่อตั้งคลินิกอองได้แก่จิตแพทย์หญิงซันซันโอและแพทย์ทั่วไปอองมิน จิตแพทย์หญิงซันซันโอเคยทำงานที่โรงพยาบาลจิตเวชย่างกุ้ง (Yangon Psychiatric (Mental) Health Hospital)มาก่อน ที่มีสภาพเฉกเช่นนิยายเรื่อง “ตึกคนไข้หมายเลขหก” ของอันตัน เชคอฟ มีทั้งโซ่ อุปกรณ์พันธนาการ การทรมาน การใช้ไฟฟ้ารักษาแบบผิดกฎหมาย และอื่น ๆ ทั้งหมดนี้เป็นสภาพปกติของโรงพยาบาลจิตเวชย่างกุ้ง จิตแพทย์หญิงซันซันโอลาออกจากโรงพยาบาลจิตเวชย่างกุ้งในปีค.ศ. 2010 และริเริ่มทดลองใช้วิธีรักษาแบบการแพทย์ทางเลือกนและวิธีการรักษาด้วยความเข้าใจและยอมรับที่คลินิกออง 

ต่อมามีผู้ป่วยจิตเวชเริ่มมาเข้ารับการรักษาที่คลินิกอองมากขึ้น ในผู้ป่วยทั้งหมดมีเคสผู้ป่วยหนักที่จำเป็นต้องรักษาตลอดชีวิต ในปีค.ศ. 2012 หลังจากที่นางอองซานซูจิได้รับการปล่อยตัว ประเทศพม่าก็เปิดกว้างสู่โลกภายนอกมากขึ้นเล็กน้อย จึงทำให้จิตแพทย์หญิงซันซันโอเริ่มมีโอกาสไปเข้าร่วมงานปาฐกถาสุขภาพจิตที่ต่างประเทศ และได้นำทฤษฎีใหม่ ๆ มาปรับใช้ที่คลินิกอองซึ่งคือการสนับสนุนจิตสังคมและสุขภาพจิต (Mental Health and Psychosocial Support,MHPSS)ในปีค.ศ. 2015 คลินิกอองเริ่มเปลี่ยนเป็นแผนสุขภาพจิตคลินิกออง โดยรวบรวมเคสผู้ป่วยจิตเวชหนักและก่อตั้งบ้านพักใจ(the Room)ขึ้นเพื่อมอบสภาพแวดล้อมที่ดี ไร้อคติและการเหยียดหยามให้แก่สมาชิก 

ปีค.ศ. 2016; การรักษาด้วยการวาดภาพเมื่อแผนสุขภาพจิตคลินิกอองเพิ่งเริ่มก่อตั้ง สมาชิก: นายแพทย์อองมิน เอลิซ่า เคียวเคียง

ปีค.ศ. 2016; การรักษาด้วยการวาดภาพเมื่อแผนสุขภาพจิตคลินิกอองเพิ่งเริ่มก่อตั้ง สมาชิก: นายแพทย์อองมิน เอลิซ่า เคียวเคียง

ห้องครัวชุมชน ทุกคนร่วมรับประทานอาหารด้วยกันในทุกวันจันทร์ช่วง 10 โมงเช้าถึงเที่ยง หลังรับประทานอาหารเสร็จจะเริ่มการรักษาด้วยการวาดภาพ สมาชิก: เอลิซ่า บาบูดวง โซวินลวิน แอรอน เนียวมินวิน

ห้องครัวชุมชน ทุกคนร่วมรับประทานอาหารด้วยกันในทุกวันจันทร์ช่วง 10 โมงเช้าถึงเที่ยง หลังรับประทานอาหารเสร็จจะเริ่มการรักษาด้วยการวาดภาพ สมาชิก: เอลิซ่า บาบูดวง โซวินลวิน แอรอน เนียวมินวิน

สมาชิกแผนสุขภาพจิตคลินิกอองและทีม “สิบหนุ่ม” (TEN MEN)ถ่ายภาพ ร่วมกัน “ย่างกุ่งยามเที่ยงคืน” (Yangon Midnight)ที่นิทรรศการ “ไม่มีบาดแผล ก็ไม่มีศิลปะ”ในปีค.ศ. 2024 นี่คือส่วนหนึ่งของคลิปวีดีโอทีมสิบหนุ่ม

สมาชิกแผนสุขภาพจิตคลินิกอองและทีม “สิบหนุ่ม” (TEN MEN)ถ่ายภาพ ร่วมกัน “ย่างกุ่งยามเที่ยงคืน” (Yangon Midnight)ที่นิทรรศการ “ไม่มีบาดแผล ก็ไม่มีศิลปะ”ในปีค.ศ. 2024 นี่คือส่วนหนึ่งของคลิปวีดีโอทีมสิบหนุ่ม

จิตแพทย์หญิงซันซันโอและนายแพทย์อองมินเริ่มนำศิลปะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการรักษา เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดที่ว่า “ทุกคนล้วนเป็นศิลปิน” แล้วสร้างผลงานออกมา อธิบายโดยง่ายก็คือผู้ป่วยทุกท่านถึงแม้จะเป็นโรคจิตเวชหนัก แต่ก็สามารถเป็นศิลปินและสร้างสรรค์ผลงานได้ หากมีปัญหาและไม่รู้จะสื่อสารออกมาเช่นไรก็ให้สื่อผ่านการวาดภาพออกมาได้เช่นกัน ทั้งแพทย์และผู้ป่วยจะสร้างสรรค์ผลงานและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ภายหลังได้เริ่มจัดงานพูดคุยกลุ่มเล็ก ๆ ขึ้น ส่วนผลงานทั้งหมดได้ถูกนำไปจัดแสดงที่งานนิทรรศการในหัวข้อ “ไม่มีบาดแผล ก็ไม่มีศิลปะ” ครั้งที่หนึ่งที่ถูกจัดขึ้นในปีค.ศ. 2019 

นิทรรศการ “ไม่มีบาดแผล ก็ไม่มีศิลปะ” เป็นกิจกรรมซีรีส์ศิลปะที่แผนสุขภาพจิตคลินิกอองจัดขึ้น เนื้อหาจัดแสดงเกี่ยวกับขั้นตอนการดูแลรักษาบาดแผลทางจิตใจให้ภาพนอกได้ทราบ หลังจากงานนิทรรศการครั้งที่หนึ่งในปีค.ศ. 2019 ผ่านไป งานนิทรรศการนี้ก็ได้ถูกจัดขึ้นต่อเนื่องทุก ๆ ปี 

สมาชิกแผนสุขภาพจิตคลินิกอองและทีม “สิบหนุ่ม” (TEN MEN)ถ่ายภาพ ร่วมกัน “ย่างกุ่งยามเที่ยงคืน” (Yangon Midnight)ที่นิทรรศการ “ไม่มีบาดแผล ก็ไม่มีศิลปะ”ในปีค.ศ. 2024 นี่คือส่วนหนึ่งของคลิปวีดีโอทีมสิบหนุ่ม

สมาชิกแผนสุขภาพจิตคลินิกอองและทีม “สิบหนุ่ม” (TEN MEN)ถ่ายภาพ ร่วมกัน “ย่างกุ่งยามเที่ยงคืน” (Yangon Midnight)ที่นิทรรศการ “ไม่มีบาดแผล ก็ไม่มีศิลปะ”ในปีค.ศ. 2024 นี่คือส่วนหนึ่งของคลิปวีดีโอทีมสิบหนุ่ม

สมาชิกแผนสุขภาพจิตคลินิกอองและทีม “สิบหนุ่ม” (TEN MEN)ถ่ายภาพ ร่วมกัน “ย่างกุ่งยามเที่ยงคืน” (Yangon Midnight)ที่นิทรรศการ “ไม่มีบาดแผล ก็ไม่มีศิลปะ”ในปีค.ศ. 2024 นี่คือส่วนหนึ่งของคลิปวีดีโอทีมสิบหนุ่ม

สมาชิกแผนสุขภาพจิตคลินิกอองและทีม “สิบหนุ่ม” (TEN MEN)ถ่ายภาพ ร่วมกัน “ย่างกุ่งยามเที่ยงคืน” (Yangon Midnight)ที่นิทรรศการ “ไม่มีบาดแผล ก็ไม่มีศิลปะ”ในปีค.ศ. 2024 นี่คือส่วนหนึ่งของคลิปวีดีโอทีมสิบหนุ่ม

ผู้กำกับจ้าวเต๋อยิ่น (Midi Z.) ช่วยสนับสนุนแผนสุขภาพจิตคลินิกออง: ภาพย่อส่วนสุขภาพจิตของสังคมพม่า 

ในปี 2016 ผู้กำกับจ้าวเต๋อยิ่น (Midi Z.) ได้กลับมาที่ประเทศพม่าเพื่อถ่ายทำคลินิกอองเป็นภาพยนตร์ ผลงานแรกของผู้กำกับจ้าวในพม่าในเรื่อง “พิษน้ำแข็ง” (Ice Poison,2014)ได้แสดงให้เห็นถึงบาดแผลทางจิตใจและปัญหาในชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่พม่าทางเหนือ* สำหรับภาพยนตร์ที่ผู้กำกับจ้าวจะถ่ายทำให้แผนสุขภาพจิตคลินิกอองนั้น มีการใช้เทคนิคการถ่ายทำที่เรียบง่าย แต่กลับทรงอิทธิพลเป็นอย่างมาก ผู้กำกับจ้าวถ่ายทอดเรื่องราวโดยเน้นประเด็นโรคจิตเวชในสภาพแวดล้อมเฉพาะ โดยระหว่างถ่ายทำผู้กำกับจ้าวได้เยี่ยมชมบ้านพักใจ และได้ใช้เวลาพูดคุยทำความเข้าใจกับแพทย์และเคสผู้ป่วยต่าง ๆ และเริ่มคิดพล็อตเรื่อง โดยใช้คลินิกธรรมดา ๆ เป็นพื้นหลังเรื่องราว สร้างพล็อตให้สะท้อนถึงตัวแพทย์เองก็อาจจะมีโอกาสป่วยเช่นกันทำให้ภาพยนตร์ดูมีมิติขึ้น เพื่อสะท้อนความวุ่นวายของประเทศพม่า หลังจากที่ผู้กำกับจ้าวและทีมงานได้อดทน พยายามอย่างเด็ดเดี่ยว ภาพยนตร์เรื่องคลินิก (The Clinic)ก็ได้ถ่ายทำเสร็จสิ้น เนื้อหาภาพยนตร์สะท้อนถึงปัญหาสุขภาพจิตในสังคมพม่าได้อย่างชัดเจน 

ตั้งแต่ปี ค.ศ.1962 ประเทศพม่าอยู่ในระบบเผด็จการทหารมาอย่างยาวนาน ประชาชนได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจมานานจนกลายเป็นเรื่องปกติ นอกจากจะต้องทนทุกข์กับบาดแผลทางจิตใจที่ประเทศสร้างให้แล้ว ยังอาจได้ได้รับมาจากครอบครัว โรงเรียน ที่ทำงาน โรงพยาบาล คุกและอื่น ๆ ที่ส่งผลให้ผู้คนรู้สึกทุกทรมาน หลังจากติดตามแผนสุขภาพจิตคลินิกอองมาเกือบสิบปี ผมพบว่าผู้ป่วยจิตเวชนอกจากจะมีปัญหาส่วนตัวแล้ว ยังมีความเจ็บปวดจากความวุ่นวายในประเทศ ด้วยเหตุนี้เองในสังคมพม่าจึงเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวาย เหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นมากมาย สังคมพม่านับวันยิ่งมีแต่จะตึงเครียดขึ้น จากสถานการณ์ข้างต้นแผนสุขภาพจิตคลินิกอองจึงเลือกใช้กิจกรรมศิลปะสนับสนุนผู้ป่วยทั้งระดับบุคคลและสังคม ในอีกด้านหนึ่งก็ได้ภาพยนตร์คลินิกที่มีผู้กำกับจ้าวกำกับการถ่ายทำที่ช่วยบอกเล่าเรื่องราวคลินิกธรรมดาแห่งหนึ่งว่ากลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยได้อย่างไร เป็นการหยิบยกเรื่องราวในท้องถิ่นไปบอกเล่าอย่างกว้างขวางบนจอเงิน 

ผู้กำกับจ้าวกล่าวว่า: “ผมเกิดในรัฐฉาน วิธีที่จะรวยมีสองวิธีคือขายยาเสพติดไม่ก็เข้าร่วมกลุ่มติดอาวุธ” ผู้กำกับจ้าวได้ถ่ายทอดสถานการณ์ในพม่าปัจจุบันผ่านภาพยนตร์อย่างตรงไปตรงมา ถึงแม้พม่าจะอยู่ในช่วงวุ่นวายหาความสงบไม่ได้ แต่ผู้กำกับจ้าวก็ยืนหยัดที่จะเดินหน้าบอกเล่าปัญหาเรื้อรังที่ซับซ้อนและน้อยคนนักที่จะเห็นชอบ 

สะท้อนตัวเองผ่านการถ่ายทำ 

ในปีค.ศ. 2013 อองมินได้ก่อตั้งทีมภาพยนตร์อิสระในนาม “สิบหนุ่ม” ขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้กำกับหน้าใหม่ในพม่าผลิตภาพยนตร์สั้นและสารคดีมากมาย 

แผนสุขภาพจิตคลินิกอิงและทีมสิบหนุ่มทำงานในหลักกการเดียวกันคือรักษาผู้ป่วยจิตเวชที่อาการหนักในบ้านพักใจ โดยทีมสิบหนุ่มจะสร้างภาพยนตร์และหวังว่าจะสามารถผสมผสานศิลปะและการรักษาเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยสนับสนุนผู้ป่วยในด้านจิตใจและสังคม และแนะแนวสมาชิกให้ทบทวนปัญหาของตัวเองไปด้วยในเวลาเดียวกัน 

ประเทศของผมวิกฤตดุจยืนอยู่ริมผา ประชาชนควรจะสามารถแสดงความคิดเห็นของตัวเองได้อย่างเต็มที่ และยังเป็นการจดบันทึกร่องรอยแห่งยุคสมัย และช่วยกันเยียวยาบาดแผลที่เหลือของตัวเอง แต่ภายใต้ระบอบเผด็จการในปัจจุบันทุกคนทำได้เพียงค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ ทำ เพราะรัฐบาลเผด็จการได้คุกคามกดขี่และกีดกั้นขอบเขตอยู่ ดังนั้นการจะพูดหรือแสดงออกถือเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งในพม่า การถ่ายภาพยนตร์คืองานเขียนของผม เลนส์กล้องก็คือปากกาและน้ำหมึกของผม